Chalongrat's profileI AM A LITTLE STONEPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 02 ถอนความงี่เง่าออกจากความคิดวันนี้อยากจะขอบคุณบุคคลสำคัญอีกท่านคับ
เรียกท่านกันเลยทีเดียว สำหรับศิษย์พี่โฟโต้
หลายหนแล้วครับ ที่พี่โฟโต้โทรหาผมถูกจังหวะ ถูกเวลามาก...ในสภาวะจิตตกครอบงำ
เวลาได้แชร์ความรู้สึกหลายอย่างกับคนที่สัมผัสเรื่องราวคล้ายๆ กัน สภาวะจิตตกก็ถูก neutralize ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แม้ว่าจะเหตุการณ์นั้นจะเกิดคนละฟากฝั่งของทวีป
นิวยอร์ก เมืองที่หนาวเหน็บสุดขั้ว กับ ซานดิเอโก้ เมืองชายแดนที่แดดเปรี้ยงได้อีก
ความเหงา (แบบลึกๆ ในใจ) เกิดขึ้นได้ทุกที่จริงๆ บนโลกกลมๆ ใบนี้
การส่งเสียงทางโทรศัพท์ การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนสิ่งที่ต่างคนต่างประสบพบเจอ
ทำให้รู้ว่า เรายังมีเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน สิ่งที่เราเผชิญอยู่นั้น แท้จริงมันสามัญมากๆ
ความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นจากการบอกเล่าสารทุกข์ดิบๆ ที่มีอยู่ในใจ
ทั้งที่ยังหาทางกำจัดไม่ได้ แต่กำลังใจได้เกิดขึ้นแล้ว จากการระบายให้ใครซักคนได้ฟัง
จริงๆ เราต่างหากที่ต้องเป็นผู้แก้ไข เพราะเราก่อมันขึ้นมาเอง
เราต้องคิดเอง แก้เอง ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่น
แต่หากเพียงมีใครซักคนคอยรับฟัง การเริ่มต้นที่จะลุกขึ้นมันจะเร็วขึ้นกว่าปกติ
จริงๆ มันไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆ หรอกคับ ที่เกิดขึ้น
หลายสิ่งดีๆ มากมายที่ได้รับจากคนรอบข้างขณะนี้ ขอบคุณพวกเค้าเหล่านั้นจริงๆ
ผมมีโอกาสได้ไปบริจาคเลือด กับไบรอัน (ต่อไปนี้ผมก็จะทำต่อไปเรื่อยๆ ทุกๆ สองเดือน)
ผมไปร่วมวิ่งการกุศลเพื่อระดมทุนให้เด็ก undergrad กับคนในแลป
ผมได้ปรับทุกข์กับ ดรีม พี่โฟโต้ และเอิร์ล
ริซ่า ไบรอัน และผม เรากำลังจะตั้งแก๊งค์วิ่งรอบแคมปัสทุกวันอังคารและพฤหัส
สังคมเล็กๆ ที่นี่ก็ช่วยให้ผมเข้มแข็งได้
ขอบคุณมิตรภาพจากกลุ่มคนเล็กๆ รอบๆ ตัวผม
สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำตัวงี่เง่าบ้าๆ บอๆ อะไรไม่รู้
แต่ตอนนี้ตั้งสติได้แล้ว ขอถอนรากถอนโคนความงี่เง่าออกไป
เราเปลี่ยนได้แต่ตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปเปลี่ยนคนอื่น
ขอบคุณครับ ที่ยังมีคนเข้าใจ เห็นใจ และปลอบใจ
ปล ตอนนี้มีเด็ก undergrad เป็นของตัวเองแล้ว
ภาระงานก็เพิ่มขึ้นสองเท่า แต่นี่คือโอกาสที่ดีที่จะได้ฝึกฝนการถ่ายทอดประสบการณ์ที่มี
ให้กับเค้า ก็ต้องพยายามทำเต็มที่นะ....ชาร์ลี! October 20 สังสรรค์กับความเหงาเคยสังเกตมั๊ยครับว่า หลังจากที่กลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์ สิ่งที่ได้รับคือ ความสุข หรือ ความเศร้า
หากว่าเป็นความสุข...ยินดีด้วยครับ
น้อยครั้งมากครับ ที่ผมจะได้รับความสุขแท้จากที่ตรงนั้น
การเฟคว่า ผมมีความสุขมากมาย มันทำให้ผมเหนื่อย
และอัตราความเหนื่อยก็เพิ่มพูนตามจำนวนชั่วโมงที่อยู่ตรงนั้น
ผมจึงต้องหาอะไรซักอย่างทำ เพื่อลบความรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถแชร์ความสนใจร่วมในสิ่งใดๆ กับผู้ใดได้เลย
ที่ที่ปลอดภัยที่สุดของผมก็คือ ในครัว การช่วยเป็นลูกมือเตรียมอาหาร มันบรรเทาความเจ็บปวดจากความเหงาท่ามกลางผู้คนแปลกหน้า (ไม่สนิท) ได้บ้าง
คำพูดบางคำที่สะกิดต่อมจิตตก ก็เป็นตัวเร่งที่ดี ที่ทำให้ผมพร้อมจะเดินออกจากงานได้ทุกเมื่ออย่างไม่ลังเล
แล้วสิ่งที่ผมได้รับ จากการเดินออกมาจากที่ตรงนั้นก็คือ...ความเสียใจ กับ ความเหงา
ถ้าเป็นคนอื่นก็คงเกลียดความเหงาเข้าไส้
แต่ผมคือข้อยกเว้น...
มันคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผมครับ
ทุกครั้งที่ความเหงาเข้ามา
ผมจะติดความเหงางอมแงม
และต้องใช้เวลาประมาณนึง กว่าที่ผมจะยอมให้มันจากไป
ข้อดีของความเหงาคือ...หัวใจผมแข็งแรงขึ้น
แม้ว่าการเข้ามาของความเหงา จะนำมาซึ่งความเจ็บปวด
แต่ทุกครั้งที่มันจากไป มันได้ทิ้งเอาความเข้มแข็งไว้ให้
ต่างกับงานเลี้ยงสังสรรค์ที่เริ่มต้นด้วยความสุขสำราญ แต่แล้วก็ลงท้ายด้วย... September 15 รางวัลแด่คนช่างฝันDear Chalongrat Noree:
Congratulations! You have won one of the TA Teaching Awards. As a result of your evaluations as a teaching assistant during the 2008-2009 academic year for BIMM101, you have been selected for the TA Excellence in Teaching Award. Your students and the professor you worked with praised your teaching abilities, your true concern about your students’ learning progress, and your talent to stimulate interest in the course. You have done an outstanding job! The Division of Biological Sciences thanks you and we very much appreciate your dedication to our teaching program. We are proud of your accomplishments and look forward to seeing your future accomplishments as a result of your studies as a UCSD Biology student. This honor also includes a monetary award of $100. This amount is being processed through the payroll system, and will be included in a future paycheck. You will receive the certificate at the upcoming graduate retreat.
Congratulations and best wishes!
Sincerely, Mark Whelan TA Coordinator Division of Biological Sciences August 30 ภูมิใจในตัวเองอ่านชื่อเรื่องแล้ว อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคับว่า ผมกำลังหลงตัวเอง
มันเป็นส่วนนึงของการสนทนาทาง msn ระหว่างประเทศ (เมกา-อังกฤษ) กับรุ่นพี่ภาควิชา
ซึ่งพี่เค้าจบบทสนทนาด้วยการอวยผมว่า พี่เค้าภูมิใจในตัวผม
แล้วผมก็ตอบศิษย์พี่ไปว่า บางทีคนที่เรารู้สึกว่าเค้าคือคนที่น่าภาคภูมิใจอาจไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าเรา
ดังนั้นจงภูมิใจในตัวเองครับ ชื่อในสิ่งที่เราเป็น ทำในสิ่งที่เรามี (ให้ดีที่สุด)
จริงๆ อยากหาโอกาสเขียนบลอคมาพักใหญ่แล้วครับ
หลังจากที่ผ่านเรื่องราวยุ่งยากมากมาย
และนี่ก็กำลังเข้าสู่ปีที่สามแล้วสินะ ที่มาอยู่เมกา
เขียนอะไรทิ้งทวนปีที่สองซักหน่อยแล้วกัน
การเพิ่มขึ้นของเวลา....
หลังจากจบปีหนึ่งด้วยการสอบ comprehensive exam กว่าห้าวันรวด
ความว่างเปล่าก็เข้ามาเยื่อนครับ
มันว่างมากกกกกกกก เสียจนต้องหาอะไรทำ (นอกจากแลป)
และแล้วผมก็ได้กล้อง Nikon D60 มาครอบครอง
แต่จนแล้วจนเล่า ก็ยังไม่เอาไหนเรื่องถ่ายภาพอยู่ดี 555
ความโดดเดี่ยวที่หายไป...
จากที่เคยใช้ชีวิตคนเดียว ไปไหนคนเดียว ทำไรอะไรคนเดียว
จู่ๆ ผมก็กลายเป็นพี่ชายของน้องสองคน ที่เค้ามาเรียนภาคเดียวกัน
เอิร์ลคือน้องเมเจอร์ที่ไม่เคยสนิทกันมาก่อน ตอนที่เรียนมอชอด้วยกัน
ไมค์คือน้องที่บังเอิญว่าต้องกลับไปทำงานที่เดียวกัน
ผมได้อพยพมาอยู่ในอพาร์ทเมนต์ของน้องสองคน (ในห้องนั่งเล่น)
จากคำเชื้อเชิญและความต้องการหลุดพ้นจากบางสิ่งบางอย่าง...
การที่ผมเป็นคนสันโดษ เลยทำให้น้องๆ ต้องทำตัวสันโดษตามผมไปด้วยคับ
ผมกะน้องๆ ไปปาร์ตี้กับคนไทยที่นี่เป็นครั้งคราว ตามอารมณ์
การหาพื้นที่เฉพาะตัวในหมู่คนแปลกหน้า (นิยามคือ คนที่ไม่ได้สนิท) ถือเป็นความทุกข์
ความโดดเดี่ยวมันเจ็บน้อยกว่าความรู้สึกเหงาท่ามกลางคนหมู่มาก...ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ
เราสามคนก็เหมือนกลายเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกันไปโดยปริยาย
พึ่งพาอาศัยกันอยู่แค่สามคน นานๆ ถึงจะไปขอความช่วยเหลือคนอื่น
กิจกรรมของพวกเราคือ ทำอาหาร ออกกำลังกาย ซื้อของเข้าบ้าน ดูหนังฟังเพลง (โดยเฉพาะหนังผี)
ผมมักจะขำน้องๆ สองคนครับ ดูหนังผีทีไร ฮาทุกทีที่เห็นสองคนนี้สะดุ้ง พร้อมหลุดสัตว์นาๆ ชนิดออกจากปาก
ขอบคุณน้องสองคนครับ ที่ทำให้ผมต้องมีบทเรียนใหม่ในการฝึกฝนเป็นพี่ที่ดี (ซึ่งยังทำไม่ได้)
ความทุกข์ที่มาพร้อมกับความซาบซึ้ง...
ตื่นเต้นมากมายคับ ที่ต้องไปสอนเด็ก undergrad
ความหวาดกลัวที่ว่าจะไปเป็นตัวตลกของเด็กในคลาส
ภาษาที่ไม่ได้เรื่อง มันทำให้ผมต้องเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ
วันเรกของคลาส น่ากลัวมากครับ
มีแลปสองแลปติดกัน อาจารย์พาเด็กสี่สิบเก้าคนเข้ามา
แล้วให้เด็กแบ่งกันเองเป็นสองกลุ่ม
ห้องที่ผมรับผิดชอบ มีเด็กอยู่ยี่สิบห้าคน
ราวกับปาฎิหารย์ครับ เด็กที่เข้ามานั่งในห้องแลปผม มีแต่เด็กที่ดูเป็นเด็กดีตั้งใจทั้งนั้น
ส่วนอีกห้อง อย่างน่ากลัว...หัวโจก ฮิบฮอบ อย่างเถื่อน เพื่อนผมรับไปเต็มๆ
ผมคงมีบุญอยู่บ้าง 555
จากเริ่มต้นที่เป็นความหวาดหวั่น นับวันผ่านไปๆ ก็กลายเป็นความท้าทาย
ผมเริ่มคิดและทำสิ่งที่ไม่เคยมีคนทำมาก่อน
การเปลี่ยน instruction จากคู่มือที่มีแต่ตัวหนังสือ ให้กลายเป็นรูปภาพ
มันเหนื่อยมากนะครับที่ต้องทำแลปและสอนไปด้วย...แต่เหมือนชื่อเรื่องครับ มันคือความภูมิใจ
ผมมีความสุขมากครับ ที่เห็นเด็กของผมตั้งใจ
เพราะพวกเค้าเห็นว่าผมก็ตั้งใจเพื่อพวกเค้าเช่นกัน
ตลกมากครับ ที่อาจารย์บอกเด็กๆ ว่าอย่าลืมโวตให้ผมเป็น TA ดีเด่น 555
วันสุดท้ายเป็นความทรงจำที่ดีมากครับ
เรามีโอกาสได้ถ่ายรูปร่วมกัน
ตอนจะส่งข้อสอบ เด็กๆ พยายามมองมาที่ผมครับ
บางคนที่อาจารย์เป็นคนเก็บข้อสอบ ก็ได้เพียงพยักหน้าให้กัน
ส่วนคนที่มีโอกาสได้ส่งข้อสอบที่ผม บางคนก็เข้ามากอดคับ
บางคนก็พูดจาซึ้งๆ ให้ มีคนนึงเตรียมของขวัญมาให้ผมพร้อมกับรออยู่เพื่อขอถ่ายรูปด้วย
มันคือความประทับใจที่ผมจะไม่ลืมเลยครับ ว่านี่คือการสอนครั้งแรกของผม
การฮึดสู้เฮืออกสุดท้าย...
หลังจากผ่านภาระหนักอึ้งกับการสอนไปแล้ว
ผมมีเวลาแค่เพียงสองเดือนในการสอบจบปีสอง นั่นคือการสอบ proposal
ผมต้องจัดการหาคอมมิทตีเอง นัดเวลาของทุกคนให้ตรงกัน จองห้องสอบ อย่างวุ่นวายเลยคับ
อาจารย์ผมอย่างชิลล์...บอกว่า สบมยห อาจารย์คงลืมไปคับว่าผมเป็นเด็กหลังเขา
อาจารย์ปล่อยผมซะแบบว่า เอ่อ..ไม่ได้แค่ประชุมแลปนะ นี่มันสอบ (ผมคิดในใจ)
ผมต้องช่วยเหลือตัวเองมากมาย อ่านเปเปอร์ เขียนซัมมารี่
แล้วก็ต้องขอรบกวไบรอัน postdoc ที่เป็นบัดดี้ทำแลปด้วยกัน ช่วยตรวจดูให้
ที่สุดแล้วครับของความซาบซึ้ง... เค้าทำหน้าที่ยิ่งกว่าเป็น advisor อีกครับ
ผมขอให้เค้าตรวจถึงสามรอบ จากการแก้ไขและเรียบเรียงเนื้อหา
มันหนักมากนะครับ ถึงเราจะรู้ scope ของโปรเจคเรา
แต่การเขียนให้งานดู impact ยิ่งงานของผมที่เป็น pure science ด้วยแล้ว ยากมาก คิดแล้วคิดอีก
อาจารย์ผมนัดให้พรีเซ้นต์ตอนแลปมีทติ้งก่อนสอบสองวัน
อย่างช็อคครับ ถึงแม้ว่าอาจารย์จะบอกว่า slides ดีแล้ว
แต่อาจารย์อยากให้เรียบเรียงจัดลำดับสไลด์ใหม่
ผมต้องกลับมาดูกับไบรอันว่าจะเรียงใหม่อย่างไรดี
แต่ถึงจะเรียงยังไง ในใจผมก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่อ่ะ ไม่ใช่ๆๆๆๆ
กลับมาถึงบ้าน เครียด คิดๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ใช่ๆๆๆๆๆ
และแล้วผมก็บอกตัวเองว่า มันต้องทำใหม่เท่านั้น
ครับผมเหลือแค่คืนเดียวที่จะต้องคิดใหม่ ทำใหม่ แล้วเอาไปให้อาจารย์ดู
คืนนั้น ผมเหมือนคนบ้าอ่ะคับ นั่งทำไสลด์ คิดแล้วคิดอีก ร้องไห้อยู่ในใจ
มันเหมือนโอกาสสุดท้าย ที่ผมถามตัวเองว่า ถ้าที่คิดใหม่นี้ ยังไม่ใช่อีก เราสมควรเรียนเอกจริงรึเปล่า?
มันเหมือนหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นลมจริงๆ เลยครับ
วันต่อมา (หนึ่งวันก่อนสอบ) ผมขออาจารย์ช่วยดูสไลด์ให้
ที่สุดของที่สุดครับ ถ้ามันยังเป็นแค่คำว่า pretty good มันก็ยังไม่ใช่อ่ะคับ ผมไม่ต้องการ
ไม่ใช่เพราะผมโลภมากนะครับ แต่ฝรั่ง ถ้าจะเป็นคำชมจริงๆ มันต้องมากกว่านี้ครับ
อาจารย์เริ่มนั่งดูสไลด์ ทีละอัน แต่ละอันที่ผ่านไป อาจารย์ชมว่า excellent/yes/that what i want/
คือผมแบบ ในใจร้องไห้อีกแล้วอ่ะครับ แต่คราวนี้มันคือความตื้นตันมาแทนที่
เฮือกสุดท้ายจริงๆ มันไม่สามารถไปกว่านี้แล้ว
และหลังจากการสอบสิ้นสุดลง
สิ่งที่รอผมอยู่ที่แลปคือ เค้กที่เขียนว่าแด่ชาร์ลี ยินดีด้วย
ทุกคนในแลปรอทำปาร์ตี้ให้ผมอ่ะคับ...
ขอบคุณทุกคนจริงๆ ผมโชคดีที่ได้อยู่แลปที่มีแต่คนดีๆ
ทุกคนที่คอยให้กำลังใจ ให้ผมสู้ๆ กับทุกๆ เรื่อง
จริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องนะครับที่อยากจะเล่า แต่...นะ
ขอบคุณพ่อ แม่ พี่ทราย ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวให้ผมต้องเดินต่อไป
ขอบคุณริซ่า ผู้ที่คอยเป็นออแกไนเซอร์ปาร์ตี้ให้กับวันเกิดของผม วันสอบของผม และทุกๆ วันที่เราไปซื้อข้าวกินด้วยกัน
ขอบคุณเอเลน่า ที่คอยเชียร์และอวยผมเสมอ
ขอบคุณไบรอัน บัดดี้ของผมที่ช่วยทำให้การสอบของผมผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ซึ้งสุดๆ เลยครับ
ขอบคุณจิม อาจารย์ของผม ที่สุดอาจารย์ก็รู้ว่าผมคือคนไทยที่ได้เงินน้อยที่สุดในภาค เพราะความชุ่ยของฝ่ายการเงิน
ขอบคุณเด็กดรีมที่คอยเช็ครถให้ และคุยโทรศัพท์เป็นเพื่อนตอนเดินทางไปกลับมหาลัย
ขอบคุณพี่โฟโต้ ที่เราได้แชร์ความรู้สึกของการต่อสู้ฝ่าฟัน ความฝัน ความจริง
ขอบคุณพี่หน่อยที่ให้ยืมรถไปซื้อของ และชวนไปปาร์ตี้
ขอบคุณพี่นุ ผู้ที่เป็นต้นเรื่องของบลอคนี้
ขอบคุณเพื่อนสนิทของผม มติ เปิ้น นิว สา ผู้ที่คงคอยเชียร์ผมอยู่ห่างๆ
ขอบคุณเอิร์ลกับไมค์ ที่เค้าสองคนคือครอบครัวของผมที่นี่
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ขอบคุณทุกแรงเชียร์ ทุกกำลังใจ ถึงผมจะไม่เอ่ยชื่อ แต่ให้รู้ไว้ว่าผมก็เชียร์ทุกคนอยู่เช่นกันนะ... July 06 hibernationเชื่อหรือไม่ครับว่า ผมมีความสามารถในการอ่านเปเปอร์ได้เพียง 1 เปเปอร์ต่อวัน
ที่แย่ไปว่านั้น มีเพียง 5-6 เปเปอร์ที่เกียวข้อง (จริง) กับงานที่ผมทำอยู่
และเลวร้ายไปกว่านั้น ผมกำลังจะสอบ proposal ในวันที่ 22 กค นี้
ความเครียดและจิตตก คือสิ่งที่ต้องประสบพบกันอีก
ไม่นะ ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ท้อวุ้ย แต่ควายไทย ต้องสู้
ปล รอฟังคอมเมนท์จากอาจารย์ที่ปรึกษา ว่าเขียนเป็นไงบ้าง
หลังจากที่ โพสดอกได้คอมเม้นท์ให้ว่า ค่อนข้างดี (รึป่าววะ) April 25 เพื่อลูก!!!ขอเรื่อยเปื่อยหนึ่งวันคับ
โมดิฟายสเปซของตัวเองซะหน่อย
เอารูปภาพของตัวเองมาลงไว้ด้านขวาของบลอค
แบบว่าคนอ่านจะได้เหมือนรู้สึกว่า โดนจับตามองอยู่ตลอดเวลา
ห้า ห้า ห้า
โรคจิต...
ช่วงนี้ตรวจคะแนนควิซเด็กในคลาส
เกิดอาการเครียดและจิตตกนิดหน่อย
แม้ว่าคะแนนเฉลี่ยของเด็กนักเรียนเซคชั่นของผม
จะสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยรวมของนักเรียนทั้งหมด
แต่ก็มีบางคนที่น่าเป็นห่วง
เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาซะงั้นครับ
เพราะเด็กของผมทุกคนตั้งใจทำแลปมาก
คนที่ได้คะแนนน้อยสุดในเซคชั่นผม ดันเป็นคนที่อยู่แลปเป็นคนสุดท้ายแทบทุกครั้ง
ทำอะไรช้ากว่าคนอื่น แต่ดูแบบว่าตั้งใจสูง และสนใจถามตลอด
เวลาเจอคนหัวช้า แต่แบบว่าตั้งใจ แทนที่จะเกิดความรู้สึกโมโห
แต่ผมกลับรู็สึกเอ็นดู และอยากทำให้เค้าเข้าใจให้ได้มากกว่า
อาทิตย์หน้าก็จะสอบมิดเทอมแล้วด้วย
ส่งเมลล์ไปเตือนให้เด็กๆ อ่านหนังสือกันแล้ว
บอกเคล็ดลับการทำข้อสอบให้ด้วย
โดยเฉพาะการคำนวณ
ให้ระวังในการอ่านโจทย์ให้ดี
ตอนนี้เหมือนมีลูกอยู่ 25 คนที่ต้องดูแล!!!
ไม่อยากให้มีใครต้องดรอป
ช่วงนี้แลปก็เพลาลงไป
เน้นเตรียมการสอน เพราะกะไว้ว่าจะเตรียมเผื่อปีหน้าไว้เลย
แต่ขนาดเพลาลงก็ต้องง่วนกับการศึกษาการใช้กล้อง
deconvolution สำหรับถ่ายภาพน้องยีสต์
แถมยังต้องไปใช้กล้องที่แลปเก่าที่เคยไปโรเททของคุณราฟฟี่
แอบเครียด...แต่ก็ดี ได้ไปเจอคนคุ้นเคย
ต้องไปแล้วล่ะ ไว้มาอัพเดทเรื่องราวใหม่ครั้งหน้าค้าบ
April 21 กำลังใจวันนี้ตื่นแต่เช้า อาบน้ำ แต่งตัว แล้วรีบออกเดินทางไปแคมปัส เพราะมีสอนค้าบ ปกติ TA จะต้องไปถึงแลปก่อน 8.30 แต่ผมชอบไปเตรียมตัวก่อน ก็เลยไปถึงตั้งแต่ 7.30 แล้วก็เช็คความเรียบร้อยของแลป เช็ค instruction และ protocol ที่เขียนไว้บนกระดานตั้งแต่วันอาทิตย์ เตรียม PCR reagents, plasmid, re-struck plates ให้กับเด็กแต่ละกลุ่ม ช่วยกันกับไมเคิลแอน เพื่อนที่คุมแลปอีกห้อง ไมเคิลแอนบอกว่าวันนี้อุตส่าห์มาตั้งแต่ 8 โมง คิดว่าจะมาก่อนผม ไงล่ะ...ช้ากว่าอยู่ดี วันนี้เด็กได้ทำ PCR จากนั้นก็เตรียม O/N cultures เพื่อสกัดพลาสมิดในครั้งหน้า เสร็จแล้วก็ย้ายไปห้องคอมเพื่อเรียน bioinformatics เด็กๆ ได้รับโจทย์จากอาจารย์แล้วก็หัดทำ ได้ช่วยเด็กตลอดเวลา ดีใจที่เด็กให้ความสนใจถามกันเยอะ ไมเคิลแอนก็บอกว่าดูผมกับเด็กๆ เข้ากันดีมาก เห็นเด็กๆ วางใจและถามผมเยอะมากเลย เธอถามด้วยว่ามีเด็กอีเมลล์มาถามเรื่องแลปบ้างมั๊ย ผมบอกไปว่า จริงๆ เด็กเมลล์มาถามเรื่องเลคเชอร์ด้วย (ซึ่งไม่ใช่ความรับผิดชอบของ TA แลป) แต่ผมก็ยินดีช่วย และดีใจที่เด็กๆ เห็นว่าผมช่วยเค้าได้ ทุกครั้งที่หมดคลาส เด็กๆ จะมาลา แล้วก็พูดว่า you're so helpful วันนี้หลังหมดคลาส อาจารย์เดินมาคุยด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า ชาร์ลี คุณทำดีมาก คุณทำได้ดีจริงๆ นะ วันนี้เลยอยากมาเขียนบลอคเอาไว้ เพื่อเป็นความทรงจำดีๆ กับการสอนครั้งแรกในชีวิต ขอบคุณกำลังใจจากเด็กนักเรียนของผม (ที่ส่งกันมาทางเมลล์ให้ผมทำดีอย่างนี้ต่อไป) และอาจารย์ที่เห็นว่าผมได้เพียรพยายามทำหน้าที่ TA อย่างเต็มความสามารถ มาได้เกือบครึ่งทางแล้วเรา...สู้ต่อไปนะ April 14 สุขสันต์วันเกิดวันเกิดปีนี้ ได้เค้กสองก้อนครับ
ก้อนแรก เป็นฝีมือเด็กไมค์ทำเอง (ส่วนเด็กเอิร์ลทำการ์ดให้)
ก้อนที่สอง จากอาจารย์และคนในแลปผมเองครับ
ก่อนเป่าเค้ก ผมอวยพรสองสิ่ง
เพื่อประเทศไทย (ความชั่วร้ายจงหมดไปเสียที)
และเปเปอร์แรก (อันนี้อาจารย์อยากให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด)
รู้สึกขอบคุณที่ไม่ลืมกัน
อยู่ที่นี่ ไม่ได้รู้จักใครมากมาย
แต่ทุกคนที่รายล้อม ล้วนอบอุ่นด้วยมิตรภาพอันดีครับ
ขอบคุณของขวัญที่เดินทางมาจากอีกซีกนึงของอเมริกา
พร้อมการ์ดอวยพรสุดฮา แต่แฝงด้วยความซาบซึ้งจากเด็กดรีม
ขอบคุณคำอวยพรจากญาติมิตรเพื่อนฝูงแดนไกล
ยังคงได้ทักทายกันบ้างเป็นครั้งคราวตามโอกาสและวาระอันควรใน hi5
ขอบคุณหลายๆ ผู้คนที่ทำให้ 27 ปีที่ผ่านมา
ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างทั้งดีและร้าย
ขอบคุณครอบครัวที่รัก
ที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ
วันสงกรานต์นี้แม้อะไรอะไรในประเทศจะวุ่นวาย
แต่ที่นี่ วันนี้ผมก็ยังคงดำเนินการสอนและทำแลปต่อไป
หวังในใจว่า เร็ววันนี้ ทุกอย่างในประเทศจะคลี่คลาย
และกลับมามีความสุขเช่นดังเดิม
ขอบคุณที่ไม่ลืมกัน ในวันธรรมดาของทุกคน แต่คือวันพิเศษของผม
12 เมษา สุขสันต์วันเกิด
April 02 First time TAingผ่านไปแล้วครับ สองคาบกับการเป็น TA ครั้งแรกของผม
ผมสอนวิชาแลปครับชื่อ Recombinant DNA techniques
สอนสองวันต่ออาทิตย์ ตั้งแต่ 8.30AM - 1.00 PM
มีนักเรียนที่ต้องดูแล 25 คน
คาบแรก ไม่มีอะไรมาก สอนใช้ไปเปต การทำไดลูชั่น
และเทคนิคการสตรีคและสเปรดเพลท
แต่ถึงไม่มาก แต่ก็มีรายละเอียดมากมายที่ต้องบอกต้องสอน
รายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวกับการทำแลปอย่างถูกต้อง
การแต่งกาย ความปลอดภัย เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ จะต้อง
พูดทำความเข้าใจกับเด็ก จนกระทั่งเด็กเคยชินและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
ด้วยความที่เป็นคาบแรก ผมจึงพยายามทำการบ้านให้พร้อมก่อนไปสอน
ทำชีทเสริมไปให้เด็ก
ทำเฉลยการทดลองเป็นรูปภาพไปให้เพื่อทำให้เด็กเข้าใจง่ายขึ้น
อาจารย์ได้เห็นชีทของผม ก็ตะลึง ร้องลั่นห้องเลยทีเดียว
"ชาร์ลี ยูสปอยล์เด็ก"
"โอ้ว ยูทำชีทสวยมาก ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนเลย"
วิธีของผม คือ ให้เด็กคิดคำนวณด้วยตัวเองก่อน
เมื่อทำเสร็จ เอามาโชว์ให้ผมดูว่าได้คิดแล้ว
จากนั้นผมก็ค่อยแจกชีทเฉลยที่วาดเป็นรูปภาพ
การทำไดลูชั่นพร้อมการคำนวณเสร็จสรรพ
เพื่อให้เด็กจินตนาการออก และก็ค่อยเริ่มทำแลป
เด็กจะเข้าใจว่าต้องทำอะไร ก่อนหลัง ตามภาพที่ผมวาดไว้
และแล้วคาบแรก ก็ผ่านไปด้วยดี แม้ว่ายังมีเรื่องการจัดการที่ผมต้องปรับปรุงในครั้งต่อไป
คาบที่สอง เริ่มทำแลปของจริงแล้วครับ
เป็นการสกัดโครโมโซมอลดีเอ็นเอจากแบคทีเรีย
เช่นเคย จากโปรโตคอลที่มีแต่ตัวหนังสือในคู่มือแลป
ก็ถูกผมดัดแปลงไปเป็นรูปภาพทั้งหมด เพื่อให้เด็กเห็นภาพว่า
เมื่อใส่สารแต่ละอย่างลงไป จะเกิดอะไรขึ้น ในแต่ละขั้นตอนใช้หลอดทดลองแบบไหน
ขนาดไหน ใส่สารเท่าไหร่ ใช้ไปเปตขนาดเท่าไหร่
หน้าตาดีเอ็นเอออกมา จะเห็นเป็นยังไง
วิธีการเอาปาสเจอร์ไปเปตไปลนไฟเพื่อทำเป็นขอเกี่ยวไว้พันสายดีเอ็นเอ
คราวนี้เล่นเอาอาจารย์ที่คุมแลปตะลึงอ้าปากค้างเข้าไปใหญ่
ถามว่าคุณใช้โปรแกรมอะไรทำนี่
"พาวเวอร์พอยท์ครับ"
"หา จริงเหรอ ไอไม่เคยรู้เลยนะว่ามันจะใช้สร้างภาพได้ละเอียดแบบนี้"
อาจารย์บอกว่า ชีทที่ผมทำเหมาะมากที่จะเอาไปใส่ไว้ในคู่มือแลป
นักเรียนในแลปต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน พากันขอบคุณยกใหญ่
เค้าบอกว่า สามารถทำตามแบบไม่ต้องถามเลย
ผมอดยิ้มไม่ได้ ที่ทำให้อย่างน้อย ในสายตาต่างชาติ
ก็น่าจะมองว่าคนไทยมีความสามารถ
ดีใจครับที่ได้บอกนักเรียนว่าผมเป็นคนไทย มาจากประเทศไทย
และได้แสดงศักยภาพที่แตกต่างจาก TA คนอื่นๆ ในการทำให้เด็กเข้าใจเนื้อหาเพิ่มขึ้น
คนไทยจะได้ไม่โดนดูถูกเรื่องการศึกษา เพราะจริงๆ แล้วความรู้เราก็ไม่ได้ด้อยกว่าเค้าเลย
เพียงแต่เราไม่มีงบประมาณเยอะเท่าเค้าแค่นั้นเอง
วันนี้จัดการระบบในการคุมเด็กได้ดีขึ้น
เพราะผมสั่งให้ทุกคนทำในแต่ละขั้นตอนไปพร้อมๆ กัน
มันก็เลยทำให้ง่ายขึ้น
แอบเผด็จการนิดหน่อย บอกทุกคนไปว่า ถ้าเสร็จในขั้นตอนนั้นๆ แล้ว ให้นั่งลง
ผมจะได้รู้ว่า เหลืออีกกี่กลุ่มที่ยังไม่เสร็จ
ทำไปพร้อมๆ กัน เสร็จพร้อมๆ กัน ไม่วุ่นวาย ไม่ต้องพูดหลายรอบ
วันนี้เด็กดูผ่อนคลายขึ้น ได้คุยกับเด็กมากขึ้น
บรรยากาศครื้นเครงขึ้น ทุกคนยิ้มแย้มกันมากขึ้น
รู้สึกดีกับการสอนจังครับ
แม้ว่ามันได้พรากเอาเวลาว่างของผมไปอีก 50%
แต่เอาเถอะ เหนื่อยแต่มีความสุขก็โอเคล่ะนะ... March 25 วันเกิด PIวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของอาจารย์ผมครับ คุณจิม
ริซ่าเป็นแม่งานในการทำเซอร์ไพรส์ให้
ทุกคนก็เตรียมทำอาหารมาเพื่อการนี้
ไอ่เรา อยากทำอะไรง่ายๆ บ้าง
ก็เลยเอาวะ...มาม่าผัดเต้าหู้ (เพราะริซ่าไม่กินเนื้อสัตว์)
เมนูซิมเปิ้ลก็จริง แต่ว่าสุดแสนภูมิใจ
เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนรุมกินหมดโดยไม่ต้องยัดเยียด
ริซ่าและเอเลน่าชอบมาม่าผัดเอามากๆ
เมื่อวานก็เอาเลย์โนริสาหร่ายที่ซื้อจากไทยทาวน์ในแอลเอไปให้กินกัน
ประทับใจกันทุกคน
วันนี้ก็ได้กินคอร์นพัฟฟ์
ไงล่ะ...ประทับใจกันได้อีก
อาหารและขนมจากประเทศไทยนี่...สุดยอด March 23 TA trainingเพิ่งได้ไปอบรมการเป็น TA สำหรับแลปของ undergrad มาครับ
ที่นี่เค้าเน้นหลายเรื่องมากเลยครับ
ความปลอดภัยนี่มาเป็นอันดับหนึ่ง
จะต้องรู้เรื่องการทิ้งสารเคมีอันตราย
โทรศัพท์ฉุกเฉินเพื่อแจ้งอุบัติเหตุ หรือ เครื่องมือที่ได้รับความเสียหาย
ตำแหน่งของชุดปฐมพยาบาล
ตำแหน่งของ shower
ตำแหน่งของ ที่ดับเพลิง
ซึ่งเค้าสอนและให้ทุกคนฝึกดับเพลิงจริงๆ ครับ
TA ทุกคนจะต้องมีบัตรยืนยันว่าได้ผ่านการฝึกดับเพลิงแล้ว
สุดยอดไปเลย...
ต่อมาเค้าก็อบรมเรื่องการควบคุมนักเรียนในแลปครับ
เราจะต้องทำให้เด็กสนใจในการทำแลปให้ได้
ห้ามเด็กเล่นกันในแลป
จะต้องแก้สถานการณ์ได้เวลาที่เด็กทะเลาะกัน
จะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้นในแลป
เช่น มีการข่มขู่ทางเพศ (ทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน)
เค้าเน้นมากเรื่องการป้องกันการคุกคามทางวาจา และการกระทำ
หากในกรณีที่มีนักเรียนที่เคยเป็นแฟนทั้งปัจจุบันหรืออดีตลงทะเบียนใน section ที่เราเป็น TA
ก็จะต้องแจ้งให้มีการเปลี่ยน section เพื่อป้องกันเรื่อง favorism & unfairness
หากมีคนรู้จักลงทะเบียนในแลปที่เราสอน ก็จะต้องปฎิบัติอย่างเท่าเทียม
ห้ามมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับนักเรียน (จะทำได้ต่อเมื่อจบเทอมไปแล้ว)
ไม่ควรออกไปเที่ยวหรือพบเจอเด็กนักเรียนนอกเวลา (ป้องกัน unfairness อีกเหมือนกัน)
ห้ามมีความสัมพันธ์กับอาจารย์เจ้าของแลปที่เราทำ TA (รวมทั้งอาจารย์ที่เป็น committee ด้วย)
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานที่ช่วยประสานงาน
กรณีที่รู้สึกอึดอัดจากการถูกนักเรียนหรืออาจารย์คุกคาม/ตามจีบ
ฝรั่งเค้าเข้มงวดการการดูแลความรู้สึกมากๆ
ผมไม่เคยทำ TA ตอนเรียนที่เมืองไทย
ไม่รู้ว่ามีการอบรมลักษณะนี้รึเปล่า
แต่รู้สึกประทับใจกับการอบรมครั้งนี้
เพราะว่า มันช่วยให้เราเข้าใจและเตรียมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับการเป็น TA ได้
หลังจากอบรมเสร็จ ก็หยุดพักเที่ยว LA วันเสาร์อาทิตย์ ไปกันสามคนพี่น้อง
เพราะเทอมหน้านี้ก็ต้องลุยหนักแล้ว
อาทิตย์นี้ก็ต้องไปประชุม TA อีก ซึ่งเค้าจะให้เรียนเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับวิชาแลปที่ทำ TA ด้วย
ตื่นเต้นๆ ยิ่งยวด... March 14 ไทย ไทย ไทยชิวิตนักศึกษาต่างแดนตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางบางแล้วครับ
อยู่ในแลป มีความสุขดี
อาจารย์ปล่อยให้ทำงานอิสระเสรี
ตอนนี้ โปรเจคยีสต์ที่ทำอยู่ก็มี post doc ใหม่เข้ามาช่วย
เค้าเพิ่งจบเอกจากแลปที่อยู่ข้างๆ กันนี่เอง
ทำงานด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา
ตอนนี้ในแลป มีแต่เอเชีย (ยกเว้น อาจารย์และเทคนิเชียนหนึ่งคน)
แต่พวกเค้าคือเอเชียที่เติบโตที่นี่แทบทั้งสิ้น
ก็เลยมีแค่ผมที่เป็นเอเชียพันธุ์แท้เพียงคนเดียว
เวลามีประชุมแลป ก็มีปัญหาบ้างในการพูด
แต่อาศัยว่าเตรียมสไลด์พรีเซนต์ให้เคลียร์
ก็ช่วยให้คนในแลปเข้าใจงานที่ผมทำได้ (โดยไม่ต้องพูดเลยก็ได้)
วันนี้ แอบมีคนในแลปแซวว่า ประเทศไทย เค้าประชุมแบบไม่เป็นทางการกันแบบนี้เหรอ
ทำไมชาร์ลีถึงทำสไลด์แบบว่า...
มันก็ด้วยหลายเหตุผลที่ผมต้องทำแบบนี้
อย่างแรก เพราะผมคือหนึ่งในตัวแทนประเทศไทย
อย่างที่สอง ก็เพราะภาษาผมที่ยังไม่ได้เรื่องนี่ล่ะ จึงต้องทำอะไรให้ชัดเจน
งานของผมตอนนี้ กำลังทดลองริเริ่มอะไรที่คนเค้าไม่คิดกัน
ตอนแรกอาจารย์ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ แต่อาจารย์เค้าใจกว้างพอที่จะให้ลองทำ
ผมก็เลยกำลังง่วนอยู่กับการทำอะไรที่จริงๆ เป็นการทดลองง่ายๆ ไม่ซับซ้อน
แต่คนอื่นคงมองข้ามไปว่า มันมีความเป็นไปได้
เพราะตอนโชว์ผลให้อาจารย์และ post doc ดู ทุกคนก็ไม่คาดคิดว่ามันจะให้ผลอย่างที่ผมเคยเสนอไว้
ภูมิใจว่า ตอนนี้ได้คิดและทำสิ่งที่มาจากไอเดียของตัวเองล้วนๆ ไม่ต้องไปพึงพาขอให้อาจารย์คิดงานให้
แอบคาดหวังว่าสิ่งที่ทำอยู่ จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และไม่ใช่ของปลอม
เลยพอมีกำลังใจขึ้นบ้างและมีความคิดด้านบวกกับการทำงานสายนี้ต่อไป
เอาล่ะ เทอมหน้าก็ต้องเริ่มสอนแลปแล้ว
ก็ต้องบิ้วตัวเองให้เป็น TA ที่ดีให้ได้
ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่เพื่อไม่ให้ขายขี้หน้าประเทศ
ตอนใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องทำอะไรเพื่อประเทศเท่าไหร่
แต่พอมาที่นี่ รู้สึกว่า จะต้องไม่ทำอะไรให้ประเทศดูแย่ในสายตาต่างชาติ
จะต้องพยายามทำให้เค้าเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อประเทศและคนไทยในด้านลบออกไป
อย่างน้อย ตอนนี้ ที่ทำให้คนในแลปทั้งปัจจุบัน และ แลปที่เคยไปโรเททมา ได้เห็นแล้วก็คือ
ความสุภาพ มีน้ำใจ ขยัน เป็นระเบียบ และ อาหารไทย อันน่าภาคภูมิใจ
ทุกครั้งที่นึกถึงสิ่งที่เคยถูกสอน ถูกอบรมมาจากทั้งที่บ้าน โรงเรียน และ มหาลัย ก็มีแต่รอยยิ้มทุกที...
เพราะเมื่อมาที่นี่ ผมได้พิสูจน์แล้วว่า ความเป็นไทย...สุดยอดดดด October 02 เวลามองขึ้นไปบนฟ้าเวลามองขึ้นไปบนฟ้า...
ฉันนั้นเห็น...
แดด...ดดดดดดดดดดดดดดดด
แมร่ง...แรงได้อีก
แมร่ง...ดำได้อีก
แมร่ง...เหียกได้อีก
กรรมของเหียกจริงๆ ครับพี่น้อง!!!!
September 24 วันนี้ที่รอคอยและแล้ว ก็ได้รู้กันซะที
ที่สุดของที่สุดที่รอมานานแสนนาน
กว่าสามเดือนที่ไม่มีข่าวคราวอะไรจากภาคเลย
มันถูกส่งกลับคืนมาแล้วครับท่าน
First Year Comprehensive Exam ที่ให้เลือกทำห้าข้อห้าวิชา
โดยมีใบปะหน้ามาว่า
O=Outstanding
S+/S/S- = Satisfactory
U=Unsatisfactory
หากได้ U มากกว่าหนึ่งตัว หรือ S- มากกว่าสองตัว
จะถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการของภาคว่า จะให้ซ่อมอย่างไร
แต่ชาร์ลีก็รอดมาแบบหวุดหวิดตามเคย
ซึ่งวิชาที่ได้ S- มาตัวนึงก็คือ Genetics (ที่ข้อสอบท้าทายได้อีก)
อีกสามวิชา Molecular, Cell, Micro ได้ S เฉยๆ
ส่วนอันที่ไม่น่าเชื่อที่สุด ก็คือ Immuno ที่ได้ Outstanding มาแบบเหนือความคาดหมาย
สิ้นสุดปีหนึ่งแบบจริงๆ จังๆ ซะที
ตอนนี้ก็นั่งสกรีนน้องยีสต์ใต้กล้องจะครบพันยีนส์แล้ว
เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่ก็ต้องทำมันต่อไป
เมื่อวานก็เพิ่งสอนเด็กปอเอกปีหกกะปีเจ็ดใช้กล้องฟลูออเรสเซนต์
อัดกันอยู่ในห้องมืดเล็กๆ สามสี่คน เหนื่อยและร้อนได้อีก
แต่เอาวะ อย่างน้อยก็ทำให้ฝรั่งประทับใจน้ำใจคนไทยได้อีก ได้อีก
เพราะบอกเค้าไปว่า ถ้ายังไม่มั่นใจเวลาจะใช้คราวหน้า
ก็เรียกชาร์ลีมาเป็นเพื่อนใช้กล้องได้อีก จนกว่าเค้าจะรู้สึกคุ้นเคย
ชาร์ลียินดีเสมอ...เป็นไงใจดีได้อีกใช่ป่ะ พี่น้อง September 21 Thai Bio Colony @ UCSDปีนี้ มีนักเรียนไทยสองคนเข้ามาในภาค bio
ทำให้ตอนนี้ มีนักเรียนไทยทั้งหมดในภาคอยู่ถึงสี่คนด้วยกัน
และน้องทั้งสองคน ก็มาสิงบ้านผมด้วยเป็นการชั่วคราว
เลยคึกคักกันเป็นพิเศษ
บ้านมีชีวิตชีวามากๆ
คนนึง เป็นรุ่นน้องเมเจอร์ที่ bio มอชอ
อีกคน เป็นเพื่อนร่วมงานในอนาคตที่อณู
รู้สึกดีที่มีคนไทยเพิ่มขึ้น
อยากให้คนไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ
ต้องร่วมด้วยช่วยกันแล้วล่ะงานนี้
เวลาไป retreat ของภาคก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเก่า
เพราะมีคนไทยให้อุ่นใจ
และยังทำให้ผมได้มีเหยื่อไว้แกล้งอีก หนุกหนาน
ปล่อยมุขบ้าๆ
ร้องเพลงฮาๆ
ดูหนังแนวๆ
ชีวิตกลับมาครื้นเครงอีกครั้ง
คิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยแกล้งเคยแซวเพื่อนๆ และน้องๆ จังเลย
หวังว่าคนที่เคยเป็นเหยื่อคงไม่โกรธกันนะค้าบพี่น้อง August 21 หนึ่งปีกับที่สุดแห่งความทรงจำนานมาแล้วครับ
สมัยอยู่ปีหนึ่ง
เดียร์เคยมาเล่าให้ฟังว่า
อาจารย์ที่ภาคฟิสิกส์ดูลายมือให้
ระหว่างที่เดียร์กำลังรอลุ้นผลสอบไปเรียนต่อต่างประเทศ
อาจารย์เค้าฟันธงว่า เดียร์ได้ทุนแน่นอน
เพราะเส้นต่างประเทศขึ้นชัดเจน
แต่ขณะนั้นเส้นที่ว่านี้ไม่มีบนมือซ้ายของผมเลย
และสี่ปีผ่านไป
ผมก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนเส้นลายมือของตัวเอง
เส้นต่างประเทศของผมเริ่มปรากฏขึ้นลางๆ
เป็นสัญญาณว่าคงจะได้ไปกะเค้าบ้าง
และมันก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด วันที่ 20 สิงหา 50
ผมก็ได้ฤกษ์จรออกจากแผ่นดินที่รัก
มาลงหลักปักษ์ฐานกับแผ่นดินแห่งใหม่
โดยที่ไม่มีสิทธิ์เลือกเลย เพราะมียูตอบรับแห่งเดียวเท่านั้น
ซานดิเอโก้ แคลิฟอร์เนีย
คงเป็นชะตาฟ้าลิขิตมาแล้วจริงๆ
แต่ดินแดนแห่งใหม่นี้
ก็เป็นที่ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาและก็จากไป
ทั้งสุข ทุกข์ ประทับใจ ผิดหวัง
แต่โดยรวมแล้ว ผมก็รู้สึกดีที่ได้เจอะเจอกับมัน
ทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก เราได้เผชิญกับมันด้วยตัวของเราเอง...คนเดียว
ชีวิตที่นี่ เป็นชีวิตที่ผมชอบมากครับ
ทำอะไรคนเดียว ไปไหนคนเดียว
การอยู่กับตัวเอง... ทำให้เราได้สำรวจตัวเองมากขึ้น
และนี่คือที่สุดแห่งความทรงจำของผมครับ
หนึ่ง...กิจกรรมที่ทำบ่อยที่สุด คือ การเดินครับ
โดยมากผมจะเดินไปเรียน เดินกลับบ้าน เดินไปซื้อของ
ระยะทางก็ไกลกันเป็นไมล์หรือหลายๆ ไมล์ครับ
โดยมีกระเป๋าคู่ใจเป็นเป้ของแซมโซไนท์
มันต้องรับภาระอันหนักอึ้งในการแบกโน้ตบุคร่วมๆ 5 กิโล
หลายครั้งก็เป็นข้าวสารหนัก 25 ปอนด์
ผักผลไม้ ไข่ น้ำปลา ซีอิ้ว น้ำมัน เครื่องใช้ต่างๆ มากมาย
ผมเลือกที่จะทำอะไรเองครับ เพราะแรกๆ มันเป็นความลำบากใจ
ที่ต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น โดยที่เราไม่ได้สนิทด้วย
ทำอะไรเอง ได้ทั้งความสบายใจ และก็ได้ความอดทนเพิ่มขึ้นด้วย
อีกเรื่องคือการได้ทำกับข้าว แบบท้าทายครับ
ข้อจำกัดที่เราไม่สามารถหาวัตถุดิบได้ครบถ้วนเหมือนเมืองไทย
เป็นเรื่องที่ประเทืองปัญญา ความคิดสร้างสรรค์จึงต้องบังเกิด
หลายๆ เมนู เป็นเมนูมั่วๆ ที่ออกมาแล้วอร่อยล้ำ (ความเห็นส่วนตัว)
ไม่ว่าจะเป็น ผัดพริกเผาตู้เห้าไข่แคบเบจ ไข่เจียวพริกเผาเต้าหู้/เกี๊ยวซ่าแคบเบจ
ไก่ย่างกะทิ ข้าวผัดไก่ย่างบรอคโคลี่ ผัดไทย และอื่นๆ
เวลาในครัว เป็นเวลาที่ทำให้ลืมเรื่องเครียดๆ ได้ดีทีเดียว
สอง...เหนื่อยที่สุด
คือ Winter quarter ครับ เพราะผมดันเลือกโรเทชั่นในแลปของคุณราฟฟี่
ที่เจอกันครั้งแรกก็ต้องบอกเลยว่า อึ้ง
เพราะเค้าให้ผมทำโปรเจคที่ยากจะทำให้เสร็จได้ภายในเดือนครึ่ง
การสกรีนหนอนเป็นแสนตัวเพื่อหาหนอนทนยาฆ่าพยาธิ
ที่ต้องทำเจเนติกเทสเพื่อคอนเฟิร์มด้วยแล้ว
ที่สุดของที่สุดจริงๆ ครับ
บางครั้งผมก็เดินกลับบ้าน เป็นร่างที่ไร้วิญญาณ ในเวลาใกล้เช้า
แล้วก็ต้องลากตัวเองไปเรียนต่อ ได้นอนวันละสองสามชั่วโมง
ทั้งเรียน ทั้งทำแลป
เทอมนั้นเลยหวุดหวิดไม่รอด ได้บีวิชาเซลล์ไบโอ มาเลย
เพราะไม่ได้มีเวลาทบทวนสี่สิบกว่าเปเปอร์ที่ใช้สอบ
แต่ก็ภูมิใจที่ทำโปรเจคเสร็จตามกำหนด
ความพยายามที่ทุ่มเทไป ทำให้ได้รับคำชมจากอาจารย์และคนในแลป
แถมยังได้ผสมพันธุ์หนอนเรืองแสงตัวอ้วนสั้นทนยา
เอาไว้ในคนในแลปนั้นใช้ทำเจเนติกเทสได้อีกด้วย
สาม...ภูมิใจที่สุด
คือการเขียน report ครั้งนึงที่เคยเล่าไปแล้วครับ
วิชาอิมมูโน เป็นวิชาที่ผมไม่เคยเรียนมาก่อนเลย
แล้วยิ่งเป็นวิชาของ Grad มันก็ยิ่งจะไม่รู้เรื่อง
เพราะว่ามันไม่ได้เรียนประติดประต่อกันแบบ Undergrad
อาทิตย์นั้นคนที่มาสอนเป็นถึง HHMI
ซึ่งที่น่าตื่นเต้นคือว่า เค้าให้คะแนนรีพอร์ทยากมากๆ
คนที่เคยได้ A A- จากการเขียนรีพอร์ทในอาทิตย์ก่อนๆ ที่ผ่านมา
ได้แค่เพียง B B- บางคนได้ C ก็มี
ผมแทบจะตกตะลึงตอนได้รับแจกรีพอร์ทกลับคืน
เพราะเป็นคนเพียงสองสามคนที่ได้ A
และเป็น A เพียงคนเดียวที่ได้ V. good ด้วยครับ
มันเป็นเรื่องเรียนที่ผมรู้สึกดีที่สุด แค่ครั้งเดียวจริงๆ
สี่...มีความสุขที่สุด
คือการได้จัดทริปซึ่งเป็นการรวมตัวกันของพลพรรคโครงการ
พี่น้องพสวท มอชอได้มาพบกันจากคนละซีกของเมกาเลยก็ว่าได้
พี่เอ็ด พี่ดั๊ก พี่เต้ย น้องส้มโอ น้องนุ้ย บรรดาคนคุ้ยเคย
มันเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อครับ
ใครจะคิดละครับว่า
วันนึง พวกเราจะได้เจอกันอีกครั้ง ในดินแดนที่ห่างไกลแบบนี้
DC และ New York ในช่วงคริสมาสและปีใหม่
เป็นสิ่งที่ประทับใจมากๆ
โดยเฉพาะความใจดีจากพี่โฟโต้ (สถาบันอณู)
ที่ทำให้เราไม่ต้องเสียค่าที่พักในนิวยอร์กซักกะแดงเดียว
แถมพี่โฟยังเลี้ยงไอติมรสเลิศพวกเราอีก ขอบคุณจริงๆ ครับ
ห้า...ยากที่สุด
คือการตัดสินใจว่าจะลงหลักปักฐานกับแลปไหน
แลปอินเดีย ของ โปรเฟสเซอร์สุเรห์ สุพรามณี
แลปจีนเกาหลี ของ โปรเฟสเซอร์ยาง ชิ
แลปเมกัน ของ ดอกเตอร์จิม วิลเฮม
แลปอินเตอร์เนชั่นนัล ของ โปรเฟสเซอร์ราฟฟี่ อาโรเอี่ยน
แต่ละแลปก็งานวิจัยคนละด้านกันเลยครับ
โมเดลออแกนิซึมก็ไม่เหมือนกัน
นิสัยการทำงานของแต่ละแลปก็ต่างกันอีก
งานนี้ต้องชั่งน้ำหนักข้อดีข้อด้อยอยู่นาน
แต่สุดท้ายก็เลือกแลปเล็กๆ ของจิม
ที่อาจารย์ใจดีสุดๆ
คับที่อยู่ได้ แต่คับใจอยู่ยากคับผม
และข้อดีอีกอย่างคือ ทุกคนในแลปชอบอาหารไทยด้วยล่ะ
หก...น่ากลัวที่สุด
ไม่ใช่ผี
ไม่ใช่การเดินกลับบ้านคนเดียวตอนตีสาม
แต่มันคือข้อสอบ comprehensive examination
ที่มีทั้งหมด 22 ข้อ
จากวิชาบังคับและวิชาเลือกต่างๆ
ที่ข้อกำหนดคือ จะต้องทำ Molec, Cell, Genetics/Micro อย่างน้อยหนึ่งข้อ
วิชาเลือกหนึ่งข้อ และอะไรก็ได้อีกหนึ่งข้อ
ให้เวลาห้าวัน เป็นแบบโอเพ่นบุคและทำที่บ้าน
ด้วยความที่มันให้ค้นได้ไม่จำกัด ข้อสอบจึงเป็นอะไรที่วิจิตรพิสดารมากๆ
บางข้อก็ไม่ได้ยากหรอก แค่ให้เขียน review เปเปอร์
ใครครับมันจะมีเวลาไปอ่านเปเปอร์สามสี่สิบอันแล้วมาเขียนให้เสร็จทัน
ไม่มีเวลาไปทำข้ออื่นกันพอดี (ยกเว้นคนที่อยู่ในฟิลด์นั้น)
บางข้อก็จินตนาการล้ำเลิศซะ ทำอย่างกับว่าเรามีประสบการณ์มาแล้วเป็นสิบปี
บ้างข้อก็จะเอารายละเอียดยิบชนิดที่ว่าไปแต่งหนังสือกันเลยดีมั๊ย
หลังจากอดทนพยายามอยู่กับหนังสือและกองเปเปอร์วันละไม่ต่ำกว่าสิบห้าชั่วโมง เป็นเวลาห้าวัน
วันที่ส่งข้อสอบก็เป็นเหมือนการปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมไม่รู้หรอกว่าผมทำได้ดีแค่ไหน
รู้แต่ว่าใส่ความตั้งใจและความพยายามอย่างสุดสุดแล้ว
นี่ก็จะสองเดือนแล้ว ยังไม่รู้ผลสอบเลยว่าจะตายหรือรอด
แต่นี่ก็คือ ความน่ากลัวที่สุดของที่สุดครับ
เจ็ด...แย่ที่สุด
บางครั้งจิตใจก็รู้สึกอ่อนล้า
รู้สึกจะสู้ไปทำไม
รู้สึกว่านี่มันใช่ทางที่เราจะเดินต่อไปจริงๆ หรือ
รู้สึกว่านี่มันเป็นความสุขของชีวิตหรือเปล่า
รู้สึกว่าเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้หรือ
รู้สึกว่าเราฉลาดเพียงพอรึเปล่าที่จะทำมันให้สำเร็จ
สิ่งหนึ่งที่ยังตามมาหลอกหลอนผมอยู่
ก็คือวันวันนั้น ห้องห้องนั้น
เรื่องราวของการถูกโจมตีจากปราชญ์ทั้งหลาย
ที่เค้าจะเคยรู้หรือไม่ว่า ได้ดับไฟในใจของผมลง
ไฟแห่งความศรัทธาและเชื่อมั่นในตนเอง
ไฟแห่งความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้
ไฟแห่งความเชื่อที่ว่า รางวัลแห่งความพยายามนั้นมีอยู่จริง
ผมยังคงฝันร้ายอยู่เป็นครั้งคราว
แม้ว่าเรื่องราวนั้นมันจะผ่านมาเป็นปีแล้ว
แม้ผมจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลหนีมันมาแล้ว
แต่มันคงติดตามผมอยู่เป็นเงา
ผมยังไม่สามารถสลัดมันหลุดพ้นออกไป เป็นเหมือนปมในใจ
ได้แต่หวังว่า คงจะมีซักวันที่ผมจะเป็นอิสระจากมัน
ขอให้ถึงวันนั้นเร็วๆ
แปด...คิดถึงที่สุด ก็คือพ่อแม่และพี่สาวของผม
ตอนนี้บ้านเราที่เชียงใหม่ก็เตรียมจะทำเป็นบ้านเช่า
ร้านอาหารข้างบ้านก็ให้ญาติมาดูแลแทน
แล้วทุกคนก็อพยพไปอยู่กระบี่กันหมด
พี่เปิดคลีนิกที่บ้านป้าที่หนองทะเล
แม่เปิดร้านอาหารในที่ของลูกชายป้า ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน
และก็กำลังสร้างบ้านหลังเล็กๆ ริมน้ำ
ทุกคนโฆษณาชวนเชื่อให้กลับไทยไปดูว่าบ้านกับร้านอาหารสวยแค่ไหน
ใจผมน่ะ อยากไปใจจะขาด
แต่ติดที่งานวิจัยที่ทำอยู่ มันคือการสกีนจีโนมน้องยีสต์เกือบทุกยีนส์
คำนวณดูแล้ว ถ้าทำคนเดียวสิบเดือนถึงจะเสร็จโปรเจคนี้
งานนี้ได้แต่ทนคิดถึงกันต่อไป
แหละนี่ก็คือแปดความทรงจำที่เป็นที่สุด (เท่าที่ผมจะนึกออก)
ผมนั่งมองเส้นลายมือของผมอีกครั้ง
เส้นต่างประเทศของผมมันยาวขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ
จนผมเริ่มไม่มั่นใจว่า
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผมจะต้องอยู่ต่างประเทศอีกนานแค่ไหน
ยังดีที่มันเป็นเส้นที่มีช่วงที่ขาดหายไปตรงกลาง
นั่นอาจจะหมายถึงว่า ผมยังมีช่วงชีวิตที่มีโอกาสได้อยู่ในแผ่นดินที่ผมรักที่สุด...ประเทศไทย
August 14 อิ่มอุ่นอุ่นใดๆ โลกนี้ไม่มีอีกแล้ว ที่จะอุ่นเท่ารักจากแม่
สมัยอยู่มอหก เรากะพี่พาแม่ไปนั่งกินนมที่ร้านอิ่มอุ่น (ของศุ บุญเลี้ยง)
พอดีวันนั้นเป็นวันแม่ ทางร้านก็เลยถ่ายรูปคู่กับแม่ให้
แต่จนบัดนี้ยังไม่มีโอกาสได้กลับไปเอาเลย เฮ้อ
ไม่ได้โทรกลับไปหาแม่ ในวันแม่ด้วย
แต่ส่งใจไปแล้วล่ะ
ขอบคุณแม่ที่เป็นกำลังใจที่เข้มแข็ง
ขอบคุณแม่ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้หลงมัวเมาไปกับสิ่งยั่วยุทั้งหลาย
เวลาจะทำอะไร จะคิดถึงพ่อกับแม่ก่อนเสมอ
คุณของพ่อและแม่จึงปกป้องคุ้มกันจากสิ่งไม่ดี
แม่คือตัวอย่างของความขยันและอดทน
แม่คือตัวอย่างของความเพียรพยายาม
แม่คือตัวอย่างของความเป็นนักสู้
แม่คือทุกอย่างของชีวิต
ถึงตอนนี้ไม่ได้กราบเท้าแม่
ถึงตอนนี้จะไม่ได้ปรนนิบัติแม่
ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ตอบแทนคุณของแม่
แต่ทุกวันนี้ ชีวิตที่ดำเนินอยู่เพื่อแม่และครอบครัวของเรา
ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองและดูแลแม่แทนเราด้วย
ขอให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง
ขอให้แม่มีความสุขในทุกๆ วัน
กรวดรักแม่ที่สุดครับ
August 05 วันนี้เหมือนจะซวยให้ตายเถอะคับพี่น้อง
วันนี้ตื่นมา...ซวยแต่เช้า
อาบน้ำโดยไม่รู้ตัวว่าทำน้ำนองพื้นห้องน้ำ
นั่งซับน้ำอยู่นาน ไปแลปสายเลยตรู
หลังลงรถ shuttle bus
เจอแมวดำอีก เหมือนมันจะทักว่าวันนี้ซวยแน่ๆ
ยังไม่จบ วันนี้ทำมีเดียมหกไปทั่วอีก
ข้าวของก็หลุดมือบ่อยจัง!!!
ซวย ซวย ซวย และก็ซวย ทั้งเช้าเลยวุ้ย
ไม่มีอารมณ์จะทำแลป
พยายามสงบสติอารมณ์
แล้วก็ข่มใจกัดฟันทำแลปต่อไป
ดูดิ จะมีอะไรซวยกว่านี้อีกมั๊ย
แต่แล้วเหมือนสวรรรค์กลั้นแกล้งหนำใจ แล้วตบรางวัลให้
เป็นการสกรีนเจอยีนใหม่อีกหนึ่งตัวแล้ว (ดีใจน้ำตาจะไหลพราก)
เพราะมันเป็นยีนที่ไม่มีใครเคยเห็นว่ามันมีฟังก์ชั่นที่ผมสนใจ (ไม่ขอบอกว่าคืออะไร)
สรุป ตอนนี้ได้ยีนที่น่าสนใจมาสองตัว (จากทั้งหมดสามร้อยกว่ายีนส์ที่ส่องกล้องแล้ว)
โอ้ว ให้กำลังใจตัวเองว่าอีกแค่เก้าเดือนก็จะสกรีนครบทั้งคอเลคชั่น
ควายกรวดสู้ต่อไป..
July 19 ความในใจของชาร์ลีเริ่มแล้วคับ การสกรีนยีนส์นับครึ่งหมื่น
ต้องขังตัวเองคนเดียวอยู่ในห้องมืด
แล้วก็ทำตัวเป็นไอ่แอบ ส่องน้องยีสต์ใต้กล้องฟลูออเรสเซนต์
ตอนนี้ผ่านไปแล้วแปดสิบยีนส์ เหลืออีกแค่สี่พันกว่ายีนส์ทูโก
(ปลอบใจตัวเอง)
นอกจากสกรีน สิ่งที่ต้องทำกับน้องยีสต์จีเอฟพีคอเลคชั่นเหล่านี้
นั่นคือทำโฟรสเซ่นสตอคเก็บไว้ด้วย
และเวลาสกรีนก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้อีกต่างหาก
จริงๆ ที่ถ่ายรูป อาจารย์ไม่ได้สั่ง
แต่เราอยากทำเดตาเบสเก็บไว้เป็นผลงานความภาคภูมิใจ
ที่เราได้เห็นยีนส์เกือบทั้งจีโนมของน้องยีสต์
มันน่ามหัศจรรย์ดีแท้
แม้ว่าจะมีภาพถ่ายครบทุกอันที่เวปของยูซีเอสเอฟ
แต่ภาพที่เราทำนั้นสวยกว่า ฟันธง!!!
แม้ว่ามันยังอีกยาวไกล
แต่ก็จะอดทนทำมันให้สำเร็จ
เมื่อกี้อาจารย์ถามว่าเป็นไง เหนื่อยมั๊ย
แค่นี้ ก็รู้สึกตื้นตัน
ขอบคุณที่อาจารย์เข้าใจ
เวลาเราเหนื่อย เพียงได้ความเห็นใจ ความเข้าใจ
แค่นี้ชาร์ลีก็ทำงานลืมตาย ถวายชีวิตให้ได้
ชาร์ลีเป็นคนนิสัยแบบนี้
คือ อย่าใช้คำสั่ง
อย่าข่มเหง
อย่าคิดว่าเหนือคนอื่นๆ
เพราะเช่นนั้นแล้ว อย่าหวังจะได้รับการบริการที่ดีจากชาร์ลี
ชาร์ลีชอบทำอะไรให้คนที่ไม่เรียกร้อง
ชาร์ลีมีความรู้สึกสงสาร และช่วยเหลือคน โดยสำนึกได้ด้วยตัวเองอัตโนมัติ
หากอยากได้รับความเข้าใจ เห็นใจ และบริการจากชาร์ลี เพียงขอร้อง (อย่างจริงใจ)
แล้วหากไม่เหนือบ่ากว่าแรง ชาร์ลีก็ทำให้จากใจจริงเช่นกัน
ชาร์ลีช่วยโดยไม่หวังอะไรมาก
ขอแค่คำขอบคุณ มิตรภาพที่ดี เข้าใจชาร์ลี ก็เพียงพอแล้ว
ชาร์ลีเกิดปีหมา
ถ้าปฏิบัติกับชาร์ลีดีๆ รับรองได้ความซื่อสัตย์ จริงใจ ภักดีจากชาร์ลีแน่นอน
ที่พูดมาเหมือนเก็บกด
ใช่ (แต่ไม่ใช่จากที่แลปนะ)
ชาร์ลีอาจเป็นหมา (ที่ดูเหมือนโง่)
แต่ชาร์ลีก็รู้ เพียงแต่ไม่แสดงให้รู้ว่ารู้ทันเท่านั้นเอง
เสรีภาพอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ อย่าล้ำล่วงเสรีภาพของชาร์ลีมากนักนะ
(ย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่เก็บกดจากที่แลป เพราะทุกคนในแลปดีมากๆ)
โอเช...ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่าน July 13 พาหัวใจไปพักร้อนครับ ความรู้สึกกระหายอยากเดินทางและถ่ายรูป
ทำให้ผมตัดสินใจสะพายเป้ แบกกล้อง และพาตัวเองขึ้นเหนือ
เพื่อไปชื่นชมกับทิวทัศน์ธรรมชาติสองข้างทาง และ
กว่าสองชั่วโมงก็ถึงที่หมาย...นั่นคือ Oceanside
ก่อนที่เดินเที่ยวชายหาดฝั่งตะวันตก
ผมไปชักภาพที่ Mission San Luis Rey ก่อนซักเล็กน้อย
เนื่องจากในพิพิธภัณฑ์และโบสถ์ห้ามใช้กล้อง
ก็เลยได้ภาพมาเท่าที่เห็น แต่ก็เก็บภาพตลาดนัดที่สวนของโบสถ์มาบ้าง
ไม่เป้นไร ไปทะเลต่อเลยละกัน
โว้ว น่าตื่นตาตื่นใจมากสำหรับ Oceanside Pier & Beach
วิวทิวทัศน์ ผู้คน ตึกรามบ้านช่อง สุดยอดครับ
เป็นการเดินทางที่คุ้มค่าจริงๆ
ชายหาดสวย คนที่มาพักผ่อนก็หากิจกรรมทำกันเยอะแยะมากมาย
วอลเลย์บอล ฟริสบี้ บาร์บีคิว อาบแดด ตกปลา คอนเสิร์ต
ผ่อนคลายกันเลยจริงๆ ครับ
แต่เสียดายที่รถเที่ยวสุดท้ายจะหมดลงก่อนสองทุ่ม
ผมก็เลยต้องลากตัวเองกลับบ้านเสียไม่ได้...
แต่นะ...ได้ชาร์จแบตให้กับตัวเองแล้ว... June 20 ห้าวันอันตราย!!!แม้ว่าจะจบไปแล้วสำหรับภาค spring
ซึ่งก็ได้เกรดสี่จุดมาแบบเอื้อาทร (ซะงั้น)
ทำให้เกรดเฉลี่ยปีหนึ่งของชาร์ลีปิดที่ 3.561
แต่นั่นมันยังไม่สิ้นสุดครับพี่น้อง
ชาร์ลียังคงต้องเผชิญหน้ากับห้าวันมาราธอน
ใน first year comprehensive exam
(เพียงห้าข้อจากห้าวิชา แต่แค่คิดก็เสียวแล้ว)
เพื่อนำไปประเมินร่วมกับ performance ใน lab rotations
และก็ผลการเรียนตลอดปีหนึ่ง
เพื่อตัดสินว่า ชาร์ลีจะยังอยู่รอดหรือต้องถูกกำจัดทิ้ง
งานนี้ชาร์ลีจะต้องแพคกระเป๋ากลับบ้านหรือจะได้ไปต่อ
คนไทยทั้งประเทศช่วยกด vote ให้ชาร์ลีด้วย!!! June 16 ย้างรูย้างรู...ยูร้าง
วันนี้ไปทำแลปตอนสองทุ่ม
แบบว่า ตอนเช้าเดินไปซื้อเสบียงเข้าบ้าน
แล้วขากลับ เกิดอาการเหงื่อท่วมกาย
เลยขอเก็บตัวจำศีลอยู่บ้านตอนกลางวัน
ช่วงนี้ปิดเทอมแล้ว
UCSD ก็เลยกลายเป็นย้างรู
เฮ้อ แต่กรรมกรอย่างเราก็ต้องทำงานไม่มีหยุด
พูดถึงการเดิน
เราเดินไปเดินกลับโรงเรียนทุกวัน
ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนก็ราวๆ ไมล์กว่าๆ
จริงๆ รถ shuttle bus ของยูก็มีให้บริการนะ
แต่ว่าอยากรณรงค์ลดการใช้พลังงาน
อีกอย่างการเดินมันช่วยให้เราคิดอะไรได้หลายอย่างเลย
ทำจังหวะชีวิตให้ช้าลง เมื่อก่อนใช้ชีวิต allegro เกินไป
เดินแล้วก็รู้สึกชีวิตพอเพียงมากขึ้น
สนุกกับการเดิน ฟังเพลงไปเรื่อยๆ มองสองข้างทาง
นกกา ท้องฟ้าสีใส ต้นไม้ ดอกไม้หอมๆ โชยมา
บรรยกาศที่นี่ดีจริงๆ
ยังติดใจไม่หายเลย คราวนี้แล้วที่นั่งรถบัสขึ้นเหนือเรียบชายฝั่งทะเลแปซีฟิก
อิจฉาคนที่บ้านติดชายหาดจริงๆ สวยมากๆ
เห็นผู้คนวิ่งออกกำลังกาย เล่นเซิร์ฟ ปั่นจักรยาน จูงน้องหมาวิ่ง
สภาพแวดล้อมที่นี่น่าอยู่จริงๆ
วันหลังจะหาโอกาสไปเที่ยวเล่นแถวนั้นอีก
อยากไปถ่ายรูปเก็บไว้
แต่ยังทำใจซื้อกล้องใหม่ไม่ได้ เสียดายตังค์
ตอนนี้ยังเก็บเงินได้แค่ 3000 เองคร้าบพี่น้อง June 11 ปิดเทอมใหญ่ หัวใจ...ยังโสดต่อไปเมื่อวานนั่งปั่น proposal วิชา Genetics
เสร็จประมาณตีสอง
แต่ยังไม่ง่วง เลยตัดสินใจนั่งดูหนังเรื่องปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น
เพราะว่ามีคนสองคนมากรอกหู วิจารณ์หนังเรื่องนี้ให้ฟัง
ดูไปก็นั่งอมยิ้มไป
หนังหนุก ภาพสวย อารมณ์หนังไม่ได้ยัดเยียดบีบคั้นอะไรมาก
แต่ก็ทำให้เราอินได้ เพราะว่ามันจริงล่ะ เราว่า
ผู้กำกับคงต้องการสื่อให้เห็นว่า ความรักของวัยทีน
มันดูเล็กน้อยมาก เมื่อเราโตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไป
ดังนั้นก็เลยเห็นว่า
ทำออกมาแบบนี้ล่ะดีแล้ว
ชอบตอนจบของหนังด้วย ที่ไม่ได้ตอบทุกอย่าง
ความรักนอกจากจะออกแบบไม่ได้แล้ว
ความรักก็ยังหาบทสรุปไม่ได้ด้วย
เพราะความรักไม่ใช่ Summary ที่เขียนกันมือหงิกทุกวี่วัน T_T June 06 รอคอยความตายตั้งแต่มาอยู่นี่ ได้มันครบทุกเกรดแล้ว
A Microbiology
A- Immunology
B+ Molecular Biology
B Cell Biology
เหลือรอลุ้น Genetics ว่าจะได้เกรดอะไร
และที่น่ากลัวที่สุดของที่สุด First year comprehensive Exam
กับห้าข้อจากห้าวิชาที่เรียนมา
เริ่มมองเห็นความตาย ใกล้เข้ามาทุกทีๆ
งานนี้ก้อนกรวดกลายคงได้กลายเป็นธุลี... May 30 เก็บกดโว้ยปกติ เป็นคนหลายอารมณ์ หลายบุคลิก
แต่บุคลิกบ้าบอคอแตก ซึ่งเป็นตัวตนแท้จริง
จะมีเพียงคนคุ้นเคยเท่านั้นได้เห็น
ปกติ อีกเช่นกันที่จะได้เล่นตลกทำบ้าให้คนคุ้นเคยดู
แต่ตอนนี้ ไม่รู้จะไปปลดปล่อยความเป็นตัวเองกับใคร
คิดถึงเพื่อนเก่า ที่บังเอิญผ่านเข้ามาในชีวิต
การได้แกล้งเพื่อน ทำให้ผมมีความสุขสุดยอด
การหลอกผีมติ
การยั่วโมโหให้ไอ่เขมรำคาญ
การพยายามหลอกล้อให้เจี๊ยบอ้าปาก เพื่อปาชอล์คใส่
การทำหน้ายียวนกวนตีนให้นิวกับสาโมโห
การเล่าเรื่องอุบาทว์ให้ดรีมฟัง
และอื่นๆ อีกมากมาย
เก็บกด เก็บกด
ช่วงนี้ไม่มีใครให้แกล้ง
ชีวิตอยู่ในโหมดนิ่ง เงียบ ขรึม ค่อนข้างจะนานไปแล้ว
รออยู่ว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป
...เก็บกดโว้ย |
|
|||
|
|